Meer berichten
ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระองค์ทรงพระเจริญ คณะสงฆ์วัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ขอถวายพระพร
Lees verder
29 กรกฎาคม 2569 วันนี้ วันพระ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 วันอาสาฬหบูชา ตถาคต เป็นเพียงผู้ชี้บอกทาง ส่วนการเดินทาง เป็นหน้าที่ของพวกเธอ
Lees verder
ทำอย่างไร…จึงจะเป็นที่รักของทุกคน มนุษย์แทบทุกคนอยากเป็นที่รัก อยากได้รับการยอมรับ อยากมีคนคิดถึง อยากเดินเข้าไปที่ไหนแล้วมีคนยินดีที่เราอยู่ตรงนั้น แต่ยิ่งเราอยากให้ทุกคนรักมากเท่าไร บางครั้งเรากลับยิ่งเหนื่อยมากขึ้นเท่านั้น เพราะเราต้องคอยคิดว่า พูดแบบนี้…เขาจะชอบไหม ทำแบบนี้…เขาจะโกรธหรือเปล่า ถ้าปฏิเสธ…เขาจะมองเราไม่ดีไหม จนวันหนึ่ง เราอาจกลายเป็นคนที่ทุกคนพอใจ แต่กลับไม่เหลือความเป็นตัวเองอยู่เลย ความจริงข้อหนึ่งที่ควรยอมรับคือ เราไม่มีทางเป็นที่รักของทุกคนได้ ต่อให้เราเป็นคนดีเพียงใด ก็ยังมีคนไม่ชอบเรา ต่อให้เราพูดดีเพียงใด ก็ยังมีคนตีความเราในอีกแบบ ต่อให้เรามีน้ำใจกับใครมากเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเห็นคุณค่าของสิ่งนั้นเสมอไป พระพุทธศาสนาสอนให้เราเห็นธรรมชาติของโลก สิ่งทั้งหลายล้วนเปลี่ยนแปลง และไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามใจเราได้ “ใจของคนอื่น” ก็เช่นเดียวกัน วันนี้เขารักเรา วันหนึ่งความรู้สึกนั้นอาจเปลี่ยน วันนี้เขาชื่นชมเรา วันหนึ่งเขาอาจผิดหวังในตัวเรา หากเรานำความสุขไปผูกไว้กับคำชมของผู้คน วันที่ได้รับคำชม…เราก็สุข วันที่ถูกตำหนิ…เราก็ทุกข์ ชีวิตจึงเหมือนถูกฝากไว้ในมือคนอื่น แต่การไม่สามารถทำให้ทุกคนรัก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องสนใจใคร ตรงกันข้าม… จงเป็นคนที่น่ารัก โดยไม่ต้องร้องขอให้ใครรัก พูดกับคนด้วยเมตตา เพราะรู้ว่าคำพูดหนึ่งคำอาจอยู่ในใจใครบางคนได้นานกว่าที่เราคิด รู้จักฟัง โดยไม่รีบเอาเรื่องของตัวเองไปทับความรู้สึกของเขา ยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น โดยไม่ต้องรู้สึกว่าความสำเร็จของเขาทำให้คุณค่าของเราลดลง ช่วยเหลือเมื่อช่วยได้ ปฏิเสธเมื่อจำเป็น และไม่ใช้ความดีของตัวเองเป็นหนี้บุญคุณให้ใครต้องชดใช้ สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับหลัก พรหมวิหาร 4 เมตตา — ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา — เมื่อเห็นเขาทุกข์ ก็อยากช่วยให้พ้นทุกข์ มุทิตา — ยินดีเมื่อเขาได้ดี อุเบกขา — เมื่อบางสิ่งเกินกำลังของเรา ก็รู้จักวางใจอย่างมีปัญญา โดยเฉพาะข้อสุดท้าย หลายคนมีเมตตา แต่ไม่มีอุเบกขา จึงช่วยคนจนตัวเองเหนื่อย ยอมคนจนตัวเองเจ็บ ให้อภัยจนอีกฝ่ายคิดว่าจะทำอะไรก็ได้ และเรียกทั้งหมดนั้นว่า “ความรัก” แท้จริงแล้ว เมตตาที่ไม่มีปัญญา อาจกลายเป็นการทำร้ายตัวเอง เราไม่จำเป็นต้องยอมทุกอย่างเพื่อให้ใครรัก ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าตัวเองเพื่อรักษาใครไว้ และไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีในแบบที่ทำให้ตัวเองต้องทุกข์อยู่ตลอดเวลา บางครั้งการเป็นที่รัก ไม่ใช่การพูดว่า “ได้” กับทุกคน แต่อาจเป็นการพูดว่า “ไม่ได้” อย่างสุภาพ พูดความจริงโดยไม่ทำร้าย รักษาขอบเขตโดยไม่เกลียดชัง และเดินออกจากบางความสัมพันธ์โดยไม่ต้องสาปแช่งใคร คนที่ฝึกใจเช่นนี้ อาจไม่ได้เป็นที่รักของทุกคน แต่จะเป็นที่รักของคนที่มองเห็นคุณค่าของเขาจริง ๆ และที่สำคัญที่สุด เขาจะไม่ต้องสูญเสียตัวเอง เพื่อแลกกับความรักจากใคร เมื่อถึงวันหนึ่ง เราจะเข้าใจว่า ชีวิตไม่ได้ต้องการให้คนทั้งโลกรักเรา เพราะแม้แต่พระพุทธเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณา ก็ยังทรงเผชิญทั้งคำสรรเสริญและคำตำหนิ แล้วเราเป็นใคร จึงจะคาดหวังให้ทุกคนเข้าใจ? ทำความดี…เพราะความดีควรทำ มีเมตตา…เพราะเราไม่อยากเพิ่มทุกข์ให้โลก ซื่อสัตย์…เพราะเราเคารพใจของตัวเอง และรักผู้อื่น…โดยไม่เรียกร้องว่าเขาจะต้องรักเรากลับมาเท่ากัน เมื่อใจไม่วิ่งตามการยอมรับ เราจะเริ่มพบความสงบอีกชนิดหนึ่ง คือความสงบของคนที่รู้ว่า ใครจะรัก…ก็ขอบคุณ ใครจะไม่รัก…ก็ไม่โกรธ ใครเข้าใจ…ก็ดีใจ ใครไม่เข้าใจ…ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายทั้งชีวิต เพราะที่สุดแล้ว การเป็น “ที่รักของทุกคน” อาจเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่การเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีเมตตา มีสติ มีความจริงใจ และไม่สร้างทุกข์ให้ตนเองหรือผู้อื่นเกินจำเป็น สิ่งนี้…เราฝึกได้ทุกวัน และบางที เมื่อเราเลิกพยายามทำให้ทุกคนรัก เรากลับกลายเป็นคนที่น่ารักขึ้น โดยไม่ต้องพยายามเลย นามบุญ #นามบุญ #เห็นทุกข์เห็นธรรม
Lees verder