Meer berichten
#บุญมั่นคง #บุญถาวร #บุญบำรุงปฏิสังขรณ์พระพุทธศาสนาในต่างแดน ขอเชิญพุทธศาสนิกชนคนใจบุญทุกท่านร่วม " รักษาบุญเดิม เติมบุญใหม่" ถวายค่าภัตตาหาร-น้ำ-ไฟ ประจำเดือนๆละ 10ยูโร หรือตามกำลังศรัทธา ประกาศอนุโมทนาบุญให้ทราบผ่านเฟสบุ๊คของวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม ให้เทวดาชื่นชม ให้พรหมสรรญเสริญ อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว
Lees verder
ผู้ร่วม" รักษาบุญเดิม เติมบุญใหม่" ถวายค่าภัตตาหาร-น้ำ-ไฟ ประจำเดือนๆละ 10ยูโร หรือตามกำลังศรัทธา จะประกาศอนุโมทนาบุญผ่านเฟสบุ๊คของวัด
Lees verder
วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย แต่รัฐไทยเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า ได้อาศัยประโยชน์จากวัดเหล่านี้มากแค่ไหน? กรณีที่มีข่าวกล่าวถึงมุมมองของ ป.ป.ช. ว่า “วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย และไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไทย” นั้น ฟังแล้วต้องบอกตรง ๆ ว่า ประโยคนี้อาจถูกต้องในมุมกฎหมายบางส่วน แต่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้พูดอาจมองไม่เห็นความจริงของวัดไทยในต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย ใช่ วัดไทยในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย เพราะรัฐไทยไม่ได้เป็นผู้สร้าง ไม่ได้เป็นผู้ผ่อนที่ดิน ไม่ได้เป็นผู้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่ได้เป็นผู้รับภาระหนี้ธนาคาร ไม่ได้เป็นผู้แบกรับความเหนื่อยยากของพระสงฆ์และชาวพุทธในต่างแดน วัดเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากงบประมาณแผ่นดินไทย แต่เกิดขึ้นจากศรัทธาของประชาชน เกิดจากเงินบริจาคของชาวพุทธไทยและชาวพุทธต่างชาติในประเทศนั้น ๆ เกิดจากแรงกาย แรงใจ และหยาดเหงื่อของคนไกลบ้านที่อยากมีที่พึ่งทางใจ อยากมีที่กราบพระ อยากมีที่ฟังธรรม อยากมีที่ให้ลูกหลานได้เรียนภาษาไทยและรู้จักรากเหง้าของตนเอง จึงอยากถามกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในบรรดาวัดไทยในต่างประเทศทั้งสองนิกายทั่วโลก ซึ่งมีอยู่หลายร้อยวัดนั้น มีสักกี่วัดที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลไทยอย่างแท้จริง? หรือความจริงคือ วัดส่วนใหญ่ต้องยืนด้วยขาของตนเองมาตลอด ต้องหาเงินเอง ต้องสร้างเอง ต้องผ่อนเอง ต้องซ่อมเอง ต้องดูแลคนไทยเอง แต่พอถึงเวลารัฐไทยต้องใช้ประโยชน์จากเครือข่ายชุมชนไทยในต่างประเทศ กลับนึกถึงวัดเป็นอันดับแรก เวลาจัดกงสุลสัญจร จัดที่ไหน? เวลาต้องการรวมคนไทยในต่างประเทศ ใช้สถานที่ของใคร? เวลาต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย อาศัยเวทีของใคร? เวลาต้องการเข้าถึงชุมชนไทยในต่างแดน พึ่งพาเครือข่ายของใคร? คำตอบก็ชัดอยู่แล้ว #วัดไทยในต่างประเทศ แต่เมื่อถึงเวลาพูดเรื่องการสนับสนุน กลับบอกว่าวัดเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย ไม่มีสิทธิ์ได้รับการอุดหนุน คำถามคือ ถ้าไม่เห็นคุณค่า แล้วเหตุใดจึงยังอาศัยวัดเป็นฐานของชุมชนไทยในต่างแดน? หากรัฐไทยมีศักยภาพเพียงพอจริง ทำไมไม่สร้างศูนย์ภาษาไทยในต่างประเทศเอง? ทำไมไม่สร้างศูนย์วัฒนธรรมไทยเอง? ทำไมไม่สร้างศูนย์บริการคนไทยเอง? ทำไมไม่สร้างสถานที่รองรับกงสุลสัญจรเอง? แต่ในความเป็นจริง รัฐไทยยังต้องพึ่งวัด พึ่งพระ พึ่งญาติโยม พึ่งศรัทธาของประชาชน พึ่งสถานที่ที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นด้วยความเหนื่อยยาก วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่อาคารที่ลอยมาจากฟ้า ไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกิดขึ้นง่าย ๆ และไม่ใช่สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยเงินเหลือใช้ แต่หลายวัดต้องกู้เงินธนาคาร ต้องผ่อนที่ดิน ต้องแบกภาระหนี้สินยาวนานหลายปี บางวัดต้องจัดงานบุญครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพราะอยากจัดงานใหญ่โต แต่เพราะต้องเอาเงินไปจ่ายหนี้ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายค่าประกัน จ่ายค่าซ่อมแซมอาคาร และรักษาวัดให้คงอยู่ต่อไปได้ บางวัดสร้างศาลา บางวัดสร้างอุโบสถ บางวัดซ่อมอาคารเก่า บางวัดซื้อที่ดินเพิ่ม ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น แล้วเงินนั้นมาจากไหน? ก็มาจากชาวพุทธในต่างประเทศ มาจากคนไทยไกลบ้าน มาจากแม่ครัว คนงาน เจ้าของร้าน พนักงานขับรถ พ่อค้า แม่ค้า คนธรรมดา ๆ ที่ทำงานเหนื่อยทั้งสัปดาห์ แล้วแบ่งเงินมาทำบุญเพื่อให้วัดไทยยังคงอยู่ นี่คือความจริงที่คนอยู่ในห้องประชุมอาจมองไม่เห็น แต่มันคือชีวิตจริงของวัดไทยในต่างประเทศ สิ่งที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นคือ วัดไทยในต่างประเทศจำนวนมากทำหน้าที่แทนรัฐไทยมานาน ทั้งรักษาภาษาไทย สอนวัฒนธรรมไทย เป็นศูนย์รวมของคนไทย เป็นที่พึ่งของคนเจ็บป่วย คนเดือดร้อน คนโดดเดี่ยว คนไม่มีญาติในต่างแดน เป็นสถานที่ทำบุญ งานศพ งานแต่ง งานบวช งานประเพณี และงานสำคัญของชุมชนไทยแทบทุกอย่าง แต่เมื่อพูดถึงสิทธิ์ในการได้รับการสนับสนุน กลับถูกมองเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ถ้าวัดไทยในต่างประเทศไม่เกี่ยวกับรัฐไทยเลย ก็อย่าใช้วัดเป็นเวทีกิจกรรมของรัฐ อย่าใช้วัดเป็นศูนย์กลางกงสุลสัญจร อย่าใช้วัดเป็นภาพแทนวัฒนธรรมไทย อย่าใช้วัดเป็นหลักฐานว่าประเทศไทยยังดูแลคนไทยในต่างแดน และอย่าอาศัยวัดเมื่อรัฐต้องการเข้าถึงชุมชนไทย เพราะความเป็นธรรมต้องมีสองด้าน จะใช้ประโยชน์จากวัด แต่ไม่ยอมเห็นคุณค่าวัด นั่นไม่ใช่ความเป็นธรรม วัดไทยในต่างประเทศอาจไม่ใช่สมบัติของรัฐบาลไทย แต่เป็นสมบัติทางใจของคนไทยทั่วโลก วัดไทยในต่างประเทศอาจไม่ได้เกิดจากงบประมาณรัฐ แต่ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของชาติไทยในต่างแดน วัดไทยในต่างประเทศอาจไม่ได้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินไทยตามกฎหมาย แต่เป็นรากวัฒนธรรมไทยที่ยังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินอื่น ดังนั้น ก่อนจะตัดสินว่าวัดไทยในต่างประเทศควรหรือไม่ควรได้รับการสนับสนุน ขอให้ผู้มีอำนาจลงมาดูความจริงก่อน ดูวัดที่ต้องผ่อนหนี้ ดูพระที่ต้องทำงานหนัก ดูญาติโยมที่ช่วยกันคนละเล็กละน้อย ดูเด็กไทยที่มาเรียนภาษาไทย ดูคนไทยไกลบ้านที่มีวัดเป็นที่พึ่งสุดท้ายของหัวใจ อย่ามองวัดไทยในต่างประเทศเพียงแค่ตัวบทกฎหมาย แต่จงมองด้วยความเป็นจริง ความเป็นธรรม และความกตัญญูต่อผู้ที่ช่วยรักษาชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรมไทยไว้ในต่างแดน ถ้ารัฐไทยไม่ช่วย ก็อย่าพูดเหมือนวัดไม่มีคุณค่า ถ้ารัฐไทยไม่สนับสนุน ก็อย่าทำเหมือนวัดไม่เคยทำประโยชน์ ถ้ารัฐไทยยังต้องพึ่งวัด ก็อย่าปฏิเสธความสำคัญของวัด เพราะวัดไทยในต่างประเทศไม่ได้ขอสิทธิ์ในฐานะผู้รับผลประโยชน์ แต่ควรได้รับการยอมรับในฐานะผู้แบกภาระแทนรัฐมานานเกินพอแล้ว วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่สมบัติของรัฐไทยก็จริง แต่เป็นสมบัติของศรัทธา เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา เป็นสมบัติของวัฒนธรรมไทย และเป็นสมบัติทางใจของคนไทยทั่วโลก ผู้มีอำนาจควรถามตนเองให้ชัดว่า ระหว่างคนที่ช่วยกันสร้างวัดด้วยหยาดเหงื่อ กับคนที่นั่งตัดสินคุณค่าของวัดจากเอกสารในห้องประชุม ใครกันแน่ที่กำลังทำประโยชน์ให้ชาติ ศาสนา และคนไทยในต่างแดนอย่างแท้จริง อุบาสก ตะวัน คำสุจริต www.dhammayut.net #วัดไทยในต่างประเทศ #พระพุทธศาสนา #วัดไทย #ชาวไทยในต่างแดน #ศูนย์รวมใจคนไทย #รักษาศาสนา #สืบสานวัฒนธรรมไทย #ภาษาไทยในต่างแดน #ศรัทธาชาวพุทธ #พลังศรัทธา #คนไทยทั่วโลก #สมบัติทางใจ #เสียงจากต่างแดน #คุณค่าวัดไทย #ปกป้องพระพุทธศาสนา #ธำรงวัฒนธรรมไทย #Buddhism #ThaiTemple #ThaiCommunity #ThaiCulture
Lees verder