Naar inhoud
Terug naar nieuws

Bijgewerkt op 24 augustus 2026

"รักษาบุญเดิม เพิ่มเติมบุญใหม่" อนุโมทนาบุญ Rakang Restaurant Amsterdam ------------------------------- ถวายค่าภัตตาหาร-ค่าน้ำ-ค่าไฟ บำรุงวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม ประจำเดือนๆละ 100 ยูโร ------------------------ บุญบารมีหลวงพ่อหนุน อำนวยพรให้ท่านพร้อมครอบครัว มีความรักที่ยั่งยืน มีครอบครัวที่มั่นคง มีการเงินที่มั่งคั่ง มีการงานที่ก้าวหน้า มีการค้าเจริญรุ่งเรือง คิดหวังสิ่งใด ขอให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตนเองปรารถนาทุกประการ ----------------------- อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว
Delen
Bekijk op Facebook

Meer berichten

Live · Facebook

“สิริมังคลา” Cover version by.สะออนอีสาน ขออนุญาตผู้สร้างสรรค์ผลงาน เสริ์ฟรำอวยพรลายรำสักการะ เนื่องในงานอายุวัฒนมงคล 59 ปี เจ้าคุณ พระวิเทศวัชรวิมล เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม Purmerend ประเทศเนเธอร์แลนด์ #สะออนอีสาน #นาฏศิลป์ #culture #รำไทย #ผ้าไทยใส่ให้สนุก

Lees verder

ในยามที่ชีวิตเผชิญวิกฤต ประสบอุทกภัย อัคคีภัย หรือภัยภายนอกที่ไม่ทันตั้งตัว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ตั้งหลักด้วยสติ” เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่ใจ หากขาดสติ เราจะประสบกับ “ภัยทางอารมณ์” เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภัยภายในที่อันตรายที่สุด คอยขยายปัญหาภายนอกให้ร้ายแรงยิ่งขึ้น ความคิดจะปรุงแต่งให้เราหวาดกลัว เสียใจ กังวล และท้อแท้หมดกำลังใจ เกิดอคติและความยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตน หาเหตุผลเข้าข้างตนเองว่า “ตนถูกเสมอ” เกิดความฟุ้งซ่าน เห็นแต่ความผิดของคนอื่น โทษโน่นโทษนี่ จนกลายเป็นทุกข์หนักกว่าเดิม ความทุกข์ทางใจที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากภัยภายนอกหรือคนอื่น แต่เกิดจาก “กิเลสและความยึดมั่น” ภายในจิตใจของเราเอง “สติ” คือจุดเริ่มต้นของการยอมรับความจริง ส่วน “ปัญญา” คือแสงสว่างที่จะนำพาเราก้าวข้ามความมืดมน ทำให้เห็นสัจธรรมว่า..ทุกสิ่งบนโลกนี้ "ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งไม่สุขและไม่ทุกข์" ไม่เที่ยงแท้แน่นอน จะยึดมั่นถือมั่นก็ไม่ได้ ล้วนตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือความสำเร็จ ล้วนอยู่กับเราชั่วคราว ย่อมสลายไปตามกาลเวลา วันที่รู้สึกว่าชีวิตหมดสิ้นทรัพย์ภายนอก แท้จริงแล้ว เรายังเหลือสิ่งที่มีค่าที่สุดอยู่ในห้วงลึกแห่งชีวิตของเรา นั่นคือ “จิต” ที่มีบุญกุศลคอยเกื้อหนุน เป็นคุณงามความดีที่เราได้เพียรสั่งสมไว้ เป็น “บุญนิธิแห่งชีวิต” ให้เราเป็นทุนสร้างทรัพย์ภายนอก - ทรัพย์ภายในขึ้นใหม่ได้เสมอ จิตเปรียบเสมือน “คลังสมบัติ” และลึกลงไปในคลังสมบัติอันบริสุทธิ์นั้น ยังบรรจุ "อริยทรัพย์" หรือ “ทรัพย์ภายใน” ซึ่งเปรียบประดุจ “อัญมณีล้ำค่า” อันประเมินค่ามิได้ นั่นคือ สติ ปัญญา ความดีงาม และคุณธรรม ที่เราได้เพียรสั่งสมและขัดเกลามาตลอดเส้นทางแห่งชีวิต "อริยทรัพย์" นี้ ไม่มีใครขโมยหรือทำลายไปจากเราได้ หากเราปล่อยให้ “จิต” อันเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต พังทลายและ “จิตตก” ลงไปพร้อมกับความสูญเสีย นั่นคือความสูญเสียที่แท้จริงของชีวิต จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี — “ผู้มีปัญญา ย่อมตามรักษาจิต” การบอกให้ “ปล่อยวาง” ในวันที่รู้สึกชีวิตพังทลายอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยฝึกใจ จงแยกให้ออกระหว่าง “สิ่งที่เสียไปแล้ว” กับ “สิ่งที่เรายังไม่สูญเสีย” เพราะชีวิตเรายังต้องไปต่อ อย่าให้อดีตที่เอาคืนไม่ได้ และความกังวลต่ออนาคต มาพราก “ปัจจุบัน” ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความสงบของเราไป เมื่อใจค่อยๆ ยอมรับความจริงได้ความยึดมั่นย่อมค่อย ๆ คลายลง และจิตจะเบาสบายขึ้น วิกฤตและความทุกข์ แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา แต่หากมองด้วยปัญญา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยเจียระไน ฝึกฝน และทำให้จิตใจเติบโตและเข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะอยู่กับโลกได้อย่างรู้เท่าทัน มองความทุกข์โดยไม่ผลักไส ไม่ยึดมั่นถือมั่น และเข้าใจ "สุข ทุกข์ และอทุกขมสุข (ความรู้สึกเฉย ๆ)" ว่ามิใช่เรา มิใช่ของเรา ซึ่งความเข้าใจนี้เองที่จะทำให้เราเข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง "เมื่อไม่ยึดก็ไม่ทุกข์" ดอกบัวที่เติบโตและเบ่งบานงดงามได้จากโคลนตม ฉันใด...จิตที่ฝึกฝนดีแล้วย่อมมีความสงบเย็นได้ท่ามกลางความทุกข์ และเป็นที่พึ่งของตนได้อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นกัลยาณมิตรผู้พร้อมเกื้อกูลทั้งต่อตนเองและผู้อื่น หากยังปล่อยวางไม่ได้ ลองเปิดใจสัมผัสกับการเจริญอานาปานสติ หรือเจริญกรรมฐานที่เหมาะกับจริตเสมอ ๆ เมื่อมีสติและปัญญามากขึ้น วิกฤตแห่งชีวิตย่อมคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แจ้งในสัจธรรม ทรงเข้าใจความจริงของ “สุข ทุกข์ และอทุกขมสุข” อย่างแจ่มแจ้ง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันไร้ขอบเขตที่บังเกิดในพระทัย พระองค์จึงเสด็จออกโปรดเวไนยสัตว์ตลอด ๔๕ พรรษาโดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย การไม่ยึดติดไม่ยึดมั่นถือมั่น มิใช่การปลีกตัวละเลยโลก หากแต่เป็นการทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังเช่นพระพุทธองค์ แม้ทรงปล่อยวางทุกสิ่งแล้ว แต่ก็ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อมนุษย์และเทวดาตราบจนเสด็จดับขันธปรินิพพาน เช่นเดียวกับในยามที่โลกเผชิญวิกฤต เช่นอุทกภัย ผู้มีกำลังด้านปัจจัยสี่ ย่อมต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ที่ไร้กำลังและขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเกื้อกูลกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ โอวาทธรรม พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. (๘ ตุลาคม ๒๕๖๙) @ผู้ติดตาม

Lees verder
Live · Facebook

เณรน้อยกับ จุดดําเล็กๆในกระดาษสีขาว ? #ธรรมะสอนใจ #reels #ข้อคิดจากนิทาน #stickstory

Lees verder