Meer berichten
เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ------------------------------- สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงเฮก ขอเชิญชุมชนชาวไทยเข้าร่วม พิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมิทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 ----------------------------------- วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ วัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม เริ่มพิธ๊ เวลา 10.30 น. --------------------------------- โปรดแต่งกายสีครีม (ไว้ทุกข์)
Lees verder
ศาลาที่พักผ่อน ยามเหนื่อย ศาลาที่พักกาย ยามปวดเมื่อย ศาลาที่พักใจ ยามท้อแท้หมดกำลังใจ #ศาลาไทย 15 ปี #ดีทุกอย่าง คุณญาณิศา พร้อมพนักงานได้นิมนต์พระคุณเจ้าวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม 3รูป เจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญร้านศาลาไทย ครบ 15 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคล อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว
Lees verder
ในยามที่ชีวิตเผชิญวิกฤต ประสบอุทกภัย อัคคีภัย หรือภัยภายนอกที่ไม่ทันตั้งตัว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ “ตั้งหลักด้วยสติ” เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่ใจ หากขาดสติ เราจะประสบกับ “ภัยทางอารมณ์” เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นภัยภายในที่อันตรายที่สุด คอยขยายปัญหาภายนอกให้ร้ายแรงยิ่งขึ้น ความคิดจะปรุงแต่งให้เราหวาดกลัว เสียใจ กังวล และท้อแท้หมดกำลังใจ เกิดอคติและความยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตน หาเหตุผลเข้าข้างตนเองว่า “ตนถูกเสมอ” เกิดความฟุ้งซ่าน เห็นแต่ความผิดของคนอื่น โทษโน่นโทษนี่ จนกลายเป็นทุกข์หนักกว่าเดิม ความทุกข์ทางใจที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากภัยภายนอกหรือคนอื่น แต่เกิดจาก “กิเลสและความยึดมั่น” ภายในจิตใจของเราเอง “สติ” คือจุดเริ่มต้นของการยอมรับความจริง ส่วน “ปัญญา” คือแสงสว่างที่จะนำพาเราก้าวข้ามความมืดมน ทำให้เห็นสัจธรรมว่า..ทุกสิ่งบนโลกนี้ "ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งไม่สุขและไม่ทุกข์" ไม่เที่ยงแท้แน่นอน จะยึดมั่นถือมั่นก็ไม่ได้ ล้วนตกอยู่ใต้กฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือความสำเร็จ ล้วนอยู่กับเราชั่วคราว ย่อมสลายไปตามกาลเวลา วันที่รู้สึกว่าชีวิตหมดสิ้นทรัพย์ภายนอก แท้จริงแล้ว เรายังเหลือสิ่งที่มีค่าที่สุดอยู่ในห้วงลึกแห่งชีวิตของเรา นั่นคือ “จิต” ที่มีบุญกุศลคอยเกื้อหนุน เป็นคุณงามความดีที่เราได้เพียรสั่งสมไว้ เป็น “บุญนิธิแห่งชีวิต” ให้เราเป็นทุนสร้างทรัพย์ภายนอก - ทรัพย์ภายในขึ้นใหม่ได้เสมอ จิตเปรียบเสมือน “คลังสมบัติ” และลึกลงไปในคลังสมบัติอันบริสุทธิ์นั้น ยังบรรจุ "อริยทรัพย์" หรือ “ทรัพย์ภายใน” ซึ่งเปรียบประดุจ “อัญมณีล้ำค่า” อันประเมินค่ามิได้ นั่นคือ สติ ปัญญา ความดีงาม และคุณธรรม ที่เราได้เพียรสั่งสมและขัดเกลามาตลอดเส้นทางแห่งชีวิต "อริยทรัพย์" นี้ ไม่มีใครขโมยหรือทำลายไปจากเราได้ หากเราปล่อยให้ “จิต” อันเป็นดั่งสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต พังทลายและ “จิตตก” ลงไปพร้อมกับความสูญเสีย นั่นคือความสูญเสียที่แท้จริงของชีวิต จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี — “ผู้มีปัญญา ย่อมตามรักษาจิต” การบอกให้ “ปล่อยวาง” ในวันที่รู้สึกชีวิตพังทลายอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยฝึกใจ จงแยกให้ออกระหว่าง “สิ่งที่เสียไปแล้ว” กับ “สิ่งที่เรายังไม่สูญเสีย” เพราะชีวิตเรายังต้องไปต่อ อย่าให้อดีตที่เอาคืนไม่ได้ และความกังวลต่ออนาคต มาพราก “ปัจจุบัน” ซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความสงบของเราไป เมื่อใจค่อยๆ ยอมรับความจริงได้ความยึดมั่นย่อมค่อย ๆ คลายลง และจิตจะเบาสบายขึ้น วิกฤตและความทุกข์ แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา แต่หากมองด้วยปัญญา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยเจียระไน ฝึกฝน และทำให้จิตใจเติบโตและเข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะอยู่กับโลกได้อย่างรู้เท่าทัน มองความทุกข์โดยไม่ผลักไส ไม่ยึดมั่นถือมั่น และเข้าใจ "สุข ทุกข์ และอทุกขมสุข (ความรู้สึกเฉย ๆ)" ว่ามิใช่เรา มิใช่ของเรา ซึ่งความเข้าใจนี้เองที่จะทำให้เราเข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง "เมื่อไม่ยึดก็ไม่ทุกข์" ดอกบัวที่เติบโตและเบ่งบานงดงามได้จากโคลนตม ฉันใด...จิตที่ฝึกฝนดีแล้วย่อมมีความสงบเย็นได้ท่ามกลางความทุกข์ และเป็นที่พึ่งของตนได้อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นกัลยาณมิตรผู้พร้อมเกื้อกูลทั้งต่อตนเองและผู้อื่น หากยังปล่อยวางไม่ได้ ลองเปิดใจสัมผัสกับการเจริญอานาปานสติ หรือเจริญกรรมฐานที่เหมาะกับจริตเสมอ ๆ เมื่อมีสติและปัญญามากขึ้น วิกฤตแห่งชีวิตย่อมคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้แจ้งในสัจธรรม ทรงเข้าใจความจริงของ “สุข ทุกข์ และอทุกขมสุข” อย่างแจ่มแจ้ง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันไร้ขอบเขตที่บังเกิดในพระทัย พระองค์จึงเสด็จออกโปรดเวไนยสัตว์ตลอด ๔๕ พรรษาโดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย การไม่ยึดติดไม่ยึดมั่นถือมั่น มิใช่การปลีกตัวละเลยโลก หากแต่เป็นการทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ดังเช่นพระพุทธองค์ แม้ทรงปล่อยวางทุกสิ่งแล้ว แต่ก็ทรงบำเพ็ญประโยชน์ต่อมนุษย์และเทวดาตราบจนเสด็จดับขันธปรินิพพาน เช่นเดียวกับในยามที่โลกเผชิญวิกฤต เช่นอุทกภัย ผู้มีกำลังด้านปัจจัยสี่ ย่อมต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ที่ไร้กำลังและขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเกื้อกูลกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ โอวาทธรรม พระพรหมวัชรวิมลมุนี วิ. (๘ ตุลาคม ๒๕๖๙) @ผู้ติดตาม
Lees verder