Wat Buddhavihara
Nieuws
Berichten en updates van Wat Buddhavihara Amsterdam
เปลี่ยน “เวลานอน” ให้เป็น “เวลาบุญ” แบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ หลายคนคิดว่าการปฏิบัติธรรมต้องนั่งสมาธิเท่านั้น… แต่จริงๆ แล้ว “ช่วงก่อนหลับ” คือเวลาทอง ที่ช่วยให้ใจเรานิ่ง สงบ และมีพลังมากแบบไม่รู้ตัวนะคะ คืนนี้พี่รุ่งอยากชวนลองอะไรบางอย่าง… ที่อาจเปลี่ยนพลังชีวิตคุณไปแบบเงียบๆ แต่ลึกมาก ━━━━━━━━━━━━━━━ ทำไมภาวนาก่อนนอนถึงดีมาก? ตอนที่เรานอน แล้วค่อยๆ ภาวนา “พุท-โธ” ไปเรื่อยๆ ใจจะค่อยๆ สงบลง…เบาลง…และหลับไปเองอย่างนุ่มนวล ถ้าหลับไปพร้อมคำภาวนา แปลว่าใจคุณกำลังอยู่ในสภาวะที่ดีมาก (สมาธิลึก) และพลังนั้น…จะอยู่กับคุณไปตลอดทั้งคืน เหมือนได้สะสมบุญแบบไม่ต้องฝืนเลยค่ะ ━━━━━━━━━━━━━━━ แล้วมันช่วยอะไรเรา? ถ้าเผลอหลับไปแล้วจิตยังอยู่กับคำภาวนา ใจจะเกาะกับ “ความดี” โดยอัตโนมัติ ถ้าเกิดอะไรไม่คาดคิดในขณะหลับ พลังบุญนี้จะช่วยพาใจไปในทางที่ดี ทำบ่อยๆ ใจจะนิ่งขึ้น ชีวิตจะค่อยๆ คลี่คลายแบบที่คุณเองก็แปลกใจ ━━━━━━━━━━━━━━━ 3 เรื่องง่ายๆ ที่ช่วยให้ชีวิตเบาขึ้นจริง รู้ว่า “ชีวิตไม่แน่นอน” จะได้ไม่ใช้ชีวิตแบบประมาท เชื่อมั่นในสิ่งดีๆ ยึดพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นที่พึ่งใจ รักษาศีล 5 ให้ได้ เป็นเกราะกันพลังลบแบบดีที่สุด ━━━━━━━━━━━━━━━ วิธีทำง่ายๆ ก่อนนอนคืนนี้ นอนสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง หายใจเข้า “พุท” หายใจออก “โธ” ปล่อยใจให้เบา…แล้วหลับไปกับคำภาวนา ถ้าตื่นมาแล้วใจยังภาวนาเองอยู่เบาๆ นั่นแปลว่า…ใจคุณเริ่ม “นิ่ง” แล้วจริงๆ ━━━━━━━━━━━━━━━ บางคนที่เข้ามาดูดวงกับพี่รุ่ง พอแค่ปรับ...ชีวิตเขาเริ่มเปลี่ยนแบบไม่ต้องฝืนอะไรเลยนะคะ… ใครอ่านถึงตรงนี้…ไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะ ━━━━━━━━━━━━━━━ “กดติดตามกันไว้นะคะ เผื่อวันไหนใจอ่อนล้า จะได้มีสิ่งดีๆ และพลังใจดีๆ ส่งถึงกัน Inbox สิริกร พรหมญาณ โทร: 062-449-1636 LINE ID: rung5086 #พี่รุ่งพามู #นอนภาวนา #สร้างบุญง่ายๆ #พุทโธ #สมาธิ #ชีวิตดีขึ้น #พลังใจ #สายมูตัวแม่ #ดูดวงไพ่พรหมญาณ #ความเชื่อส่วนบุคคล
Lees verder
พระคุณเจ้าวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม 2 รูป ไดัรับอาราธนานิมนต์จากคุณจิตรา เมือง Hoorn เจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญบ้าน-ร้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีเพื่อนๆร่วมบุญกันพอสมควร ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว
Lees verder
21 มิถุนายน 2569 พระคุณเจ้าวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม 2 รูป ไดัรับอาราธนานิมนต์จากคุณจิตรา เมือง Hoorn เจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญบ้าน-ร้าน เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีเพื่อนๆร่วมบุญกันพอสมควร ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว
Lees verder
Live · Facebook
ขอน้อมถวายมุทิตา พระวิเทศวัชรวิมล เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ ได้รับการเลือกตั้งเป็น รองประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป รูปที่ ๓ (ดำรงตำแหน่ง ๒๕๖๙-๒๕๗๓)
Lees verder
#ความน่าเสียดายของชีวิต ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา สำหรับผู้ไม่ฝึกฝนวิปัสสนา 1. ผู้ไม่เคยฝึกวิปัสสนา #จะไม่มีวันเห็นชีวิตตามความเป็นจริง เพราะระบบชีวิตตามความเป็นจริง หรือสิ่งที่พระพุทธเจ้าเรียกว่า ขันธ์ห้า ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งส่วนประกอบของชีวิตทั้งห้าส่วนนี้ ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากการอ่าน การฟัง และไม่สามารถคิดนึกเอาเองได้ จำเป็นต้องฝึกสติโดยผ่านกระบวนการวิปัสสนาซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่พระพุทธเจ้าทรงคิดค้นขึ้น เพื่อให้มนุษย์ได้มีโอกาสรู้ความจริง เกี่ยวกับชีวิตของตนเอง 2. ผู้ไม่เคยฝึกวิปัสสนา #จะมีจิตที่เหมาะสมกับการเติบโตของความทุกข์เป็นปกติ คือไม่สามารถปล่อยวางอะไรได้ง่ายๆ แม้ปล่อยวางได้แล้ว แต่ความคิดปรุงแต่งก็จะวนเวียนเข้ามาเรื่อยๆ ชั่วชีวิต ขอให้สังเกตชีวิตของตนเองอย่างเป็นกลาง ว่ามีความทุกข์มากกว่าความสุขจริงหรือไม่ ในแต่ละวัน มีความขุ่นมัวหรือความเบิกบานใจมากกว่ากัน มีความฟุ้งซ่านหรือสงบนิ่งมากกว่ากัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากการที่สติอ่อนกำลัง ไม่เท่าทันความคิด นี่คือธรรมชาติของจิตที่ไม่ได้รับการฝึกฝน ไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนส่วนใหญ่ยังต้องเผชิญกับความทุกข์อันเกิดจากความคิดของตนเองอยู่ตลอดเวลา 3. ผู้ไม่เคยฝึกวิปัสสนา #ย่อมไม่รู้จักสภาพชีวิตตามความเป็นจริง ว่าชีวิตตามความเป็นจริงประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เมื่อไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร จึงได้แต่นึกเอาคิดเอาว่าชีวิตเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ความรู้ว่าชีวิตคืออะไร คือจุดเริ่มต้นที่จะทำอะไรๆ ในชีวิตให้ถูกต้อง เมื่อไม่รู้จักสภาพชีวิตตามความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างในชีวิตย่อมมีแต่ความผิดพลาดไปทั้งหมด คือผิดก็คิดว่าถูก รวมความว่า "เป็นผู้ไม่รู้ว่าตนเองไม่รู้" และ "เป็นผู้ไม่รู้แต่ดันไปคิดว่าตนเองรู้แล้ว" เป็นความไม่รู้แบบซ้ำซ้อนอันเกิดจากการที่ปลงใจเชื่อตนเองแบบไม่เฉลียวใจ ไม่ศึกษา เปรียบเหมือนติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดที่เหลือก็ไม่มีวันถูกต้องไปได้ 4. ผู้ไม่เคยฝึกวิปัสสนา #แม้ตั้งเป้าหมายใดๆ ในชีวิต ก็เป็นเพียงเป้าหมายแบบสมมุติบัญญัติ เป็นเป้าหมายที่อาจรู้สึกว่าถูกต้องในวันนี้ อาจเห็นว่าเป็นสิ่งดีงามเสียมากมายในวันนี้ แต่สิ่งเดียวกันนี้ อาจกลายเป็นสิ่งไร้สาระในวันหน้า จากที่ชอบกลายเป็นไม่ชอบ จากที่เคยเทิดทูนบูชา กลายเป็นรู้สึกจืดชืดชินชา เป้าหมายชีวิตของคนที่ไม่รู้จักชีวิตตามความเป็นจริงจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามวันเวลา ตามวัย ตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่เป้าหมายที่มั่นคงชัดเจนที่ใช้ได้ชั่วชีวิต เนื่องจากเป็นการตั้งเป้าหมายจากสิ่งที่ตนสมมุติขึ้นมาเองแต่แรก เมื่อสมมุติเปลี่ยน เป้าหมายย่อมเปลี่ยน ถึงวันหนึ่ง แม้ลาโลกไปแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดเป็นมนุษย์คืออะไร 5. พระพุทธเจ้าตรัสว่า #ธรรมชาติของจิต เหมือนน้ำที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ จิตใจที่ไม่ได้รับการฝึกฝนจะเป็นจิตใจที่มีความชั่วมากขึ้นเรื่อยๆ โดยธรรมชาติ หากไม่ต้องการให้จิตไหลลงต่ำ จิตก็จำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ เราเรียนคณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบ เรียนธุรกิจอย่างเป็นระบบ เราเรียนภาษาต่างๆ อย่างเป็นระบบ แต่จิตใจซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เรากลับปล่อยให้ตนเองเรียนรู้ไปตามยถากรรม สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแก่บุคคลทั่วไป 6. ผู้ที่ไม่เคยฝึกวิปัสสนา #ย่อมมีสติในระดับที่ต่ำ มีสติอยู่ในระดับสัตว์โลก สติมีอยู่สามระดับ คือสติระลึกรู้ สติเห็นความคิด และมหาสติมหาปัญญา สติระดับแรก จะมีอยู่ในมนุษย์ทุกคน แม้ในสัตว์บางชนิดก็มีสติเช่นนี้อยู่ในบางครั้ง แต่สติสองระดับหลัง จะมีอยู่ในผู้ที่ฝึกวิปัสสนาเท่านั้น สติระดับแรก อาจใช้ทำมาหากินได้ ใช้สร้างความสุขแบบโลกๆ ได้ แต่ใช้ดับทุกข์ไม่ได้ ใช้ในการศึกษาความจริงของตนเองไม่ได้ ใช้ในการดับกิเลสก็ไม่ได้ แม้ผู้ใดมีกำลังสติเพียงระดับแรก ชีวิตนี้ก็มีอันต้องพบกับความสุขความทุกข์สลับกันไปมา และจะพลาดหนทางแห่งการเรียนรู้ความจริงของธรรมชาติไปโดยสิ้นเชิง 7. #จิตที่ไม่เคยฝึกวิปัสสนาย่อมมีการปรุงแต่งสูงอยู่แล้วตามธรรมชาติ เมื่อมีชีวิตอยู่ ก็ปรุงแต่งเป็นความทุกข์ เป็นความท้อแท้ หดหู่ สิ้นหวัง เบื่อ ซึม เซ็ง ต่อเมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ก็ปรุงแต่งต่อไปเพื่อสร้างภพภูมิใหม่ เป็นจิตที่มีโอกาสสูงที่จะคิดนึกในเรื่องอกุศล หรือมีความขุ่นมัวในวินาทีสุดท้าย พระพุทธเจ้าตรัสว่า มนุษย์ที่ตายไปแล้วและได้เกิดมาเป็นคนอีก จะเหลือเพียงเศษดินปลายเล็บ จากดินทั้งหมดในมหาปฐพี หมายความว่า คนส่วนใหญ่เมื่อตายไปแล้ว ก็มีอบายภูมิเป็นที่ไป พูดง่ายๆ ว่าเป็นคนเสร็จในชาตินี้ก็ไปตกนรกต่อ และบุคคลผู้นั้นก็จะพบกับความทุกข์เจ็บปวดชนิดที่ไม่สามารถจินตนาการได้ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น เพราะเขาไม่มีกำลังสติในการควบคุมจิตสุดท้ายได้เท่านั้นเอง 8. #ปกติแล้วมนุษย์จะมีกิเลสทุกชนิดอยู่ในตนเอง ถ้ามีเหตุปัจจัยไปก่อกวน กิเลสก็จะฟุ้งกระจายออกมา เกิดเป็นความคิด คำพูด และการกระทำที่เป็นอกุศล วิปัสสนานั้น ไม่ได้ช่วยป้องกันกิเลสฟุ้งกระจายเท่านั้น แต่ยังสามารถสะสางกิเลสออกจากใจเป็นการถาวรได้ด้วย เราเรียกผู้ที่สามารถสำรอกกิเลสออกจากตนเองว่า พระโสดาบัน พระสกกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ 9. #เมื่อฝึกวิปัสสนาถึงระดับหนึ่ง จิตจะได้รับความสุขในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นความสุขแบบละเอียด เรียกว่าสุขจากสมาธิ และสุขจากวิมุติ ซึ่งเป็นความสุขชั้นสูงที่มีไว้เฉพาะผู้ฝึกจิตเท่านั้น ปกติคนเราจะได้รับความรู้อยู่เพียงระดับกามสุข คือมีโอกาสเข้าถึงแค่ความสุขชั้นตื้นอันเกิดจากสัมผัสรับรู้ต่างๆ แม้มนุษย์ผู้ใด สัมผัสเพียงความสุขระดับกามสุข มนุษย์ผู้นั้นก็เสียทีที่เกิดมาเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง 10. #วิปัสสนา ทำให้คนไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด ทำให้คนพ้นไปจากกองทุกข์ทั้งปวง แท้จริงแล้ว วิปัสสนาคือวิถีชีวิตในอุดมคติที่พระพุทธเจ้าต้องการให้มนุษย์ทุกผู้นำไปปฏิบัติ เพื่อสร้างสังคมของพระโสดาบันให้เกิดขึ้นในโลก สังคมของพระโสดาบันนี้ เป็นสังคมของผู้มีกิเลสน้อย เป็นสังคมแห่งสันติภาพ เป็นสังคมของคนเอาการเอางานแต่ไม่เอาชนะคะคาน เป็นสังคมแห่งความเมตตาอารี ชาวพุทธทั้งหลาย จึงสมควรอย่างยิ่ง ที่จะทำการศึกษาวิชาวิปัสสนาอย่างจริงจัง ให้เข้าใจ ให้รู้จริง ให้ขึ้นใจ เพื่อจะนำไปปฏิบัติลงในชีวิตประจำวัน ปฏิบัติลงในการยืน เดิน นั่ง นอน รู้คิด รู้หยุดความคิด รู้เท่าทันความคิด รู้จักอยู่เหนือความคิดอันนำไปสู่การอยู่เหนืออัตตาตัวตน เมื่อมีชีวิตอยู่ ก็จะได้สร้างประโยชน์ให้ตนเองและผู้อื่น ต่อเมื่อลมหายใจสุดท้าย ก็มีโอกาสได้พบสุคติภูมิเป็นที่หมาย มีโอกาสไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด แม้ไม่สนใจวิปัสสนาเลย โอกาสเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ก็ยากยิ่ง โอกาสสู่สุคติภูมิก็ยากยิ่ง โอกาสยุติการเวียนว่ายก็เป็นไปไม่ได้ ต้องมีชีวิตสุขๆ ทุกข์ๆ แบบโลกๆ เช่นนี้ไปชั่วอนันตกาล!!! CR #ท่านพศิน อินทรวงค์ #คอร์สสติปัฏฐาน๔ รุ่นที่๑๐ ขอเชิญท่านที่สนใจ ลงทะเบียนเข้าร่วม การปฏิบัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน คอร์สสติปัฏฐาน๔ รุ่นที่๑๐ ระยะเวลา: วันที่ ๒๔ - ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ ณ สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดแห่งที่ ๘๙ วัดป่าชัยมงคล บ้านเมืองไผ่ ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ----------------- พระวิปัสสนาจารย์ : ท่านพระครูสมุห์ทวี เกตุธมฺโม ประธานโครงการ : อาจารย์อำนวยพร เหรียญทองเลิศ ดร. สมัครในลิ้งค์ ที่แนบมานี้ https://forms.gle/Z7WwCMcG9VzhATxL9 #แบ่งปันด้วยใจมอบให้ด้วยรัก อำนวยพร เหรียญทองเลิศ
Lees verder
Live · Facebook
ขณะนี้เหลือที่นั่งเพียง 6 ที่สุดท้ายเท่านั้น! ท่านใดประสงค์ร่วมเดินทาง ขอความกรุณารีบสำรองที่นั่งโดยด่วน ก่อนเต็ม ขอเชิญร่วมบุญใหญ่ทอดผ้าป่าสามัคคี ณ ประเทศเบลเยียม วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมเดินทางไปทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดธัมมทีป เมืองเมอเซิน (Mechelen) ประเทศเบลเยียม ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ร่วมสั่งสมบุญใหญ่ เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต เดินทางพร้อมคณะกัลยาณมิตร ได้กราบพระ ชมสถานที่สำคัญ และร่วมกิจกรรมบุญอันเป็นมงคล ค่าเดินทางเพียง 60 ยูโร/ท่าน รับจำนวนจำกัดเพียง 50 ท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งแห่งการสร้างบุญ สร้างกุศล และสืบทอดพระพุทธศาสนาไปด้วยกัน สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ คุณจุ๊บแจง โทร. 061 705 4501 “บุญเกิดขึ้นได้เมื่อมีโอกาส โอกาสมาถึงแล้ว อย่าปล่อยให้ผ่านไป”
Lees verder
ประกาศ ...ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่วัดธัมปทีป เมืองแม๊คเคอเริ่น เบลเยี่ยม รีบจองด่วยจร้าเหลืออีก6ที่นั่งค่ะ
Lees verder